ความมืดมิดปกคลุมไปทั้งบริเวณ ผมยืน อยู่คนเดียว โดยไม่รุ้ว่า ตนยืนอยุ่ที่แห่งหนใด ณ ตอนนี้ ในสมองดูเหมือนไม่ทำงานตอบสนองต่อเหตุที่ทำให้มายืนอยุ่ตรงนี้ รู้เพียงแต่ว่า มีแสง !! ใช่ละซิ มีแสง แสงส่องเป็นทาง ลำแสงเล็กๆ ส่อง มาทางที่ผมยืนอยู่ รู้ เพราะมันแยงตาผมไว้ไม่ให้มองไปทางใดได้ เลย หรือเป็นเพราะผมไม่ยอมมองไปทางไหนกันแน่ ผมให้ความสนใจกับต้นกำเนิดของแสง นั้น ความจ้าของมันทำให้ผมต้องหลี่จนหลับตาเป็นระยะๆ แต่ด้วยความสงสัยและใคร่รู้จนเต็มอก จึง เดินตามลำแสงนั้นไปยังต้นกำเนิด .......หวังเพียงแต่ว่าจะหลุดพ้นจากความมืดมิดที่กำลังเผชิญอยู่ และรู้สึกมันจะไล่หลังมาอย่างไม่ลดละ ความ ไม่รู้ และต้องการหาสิ่งยึดเหนี่ยว ทำให้ได้สบายใจ คงเป็น วิธีที่ผมเลือก เมื่อ ผมคิดว่า ความมืด นั่น น่ากลัวกว่าความสว่าง...ผมจึงหวัง พึ่งแสงสว่างเล็กๆ เพื่อนำไปสู่ความสว่างที่ยิ่งใหญ่......
ผมเดินตามลำแสงนั้นไปเรื่อย เส้นผ่าศูยน์กลางของลำแสงที่พลาดผ่านหน้าผมเริ่มใหญ่ขึ้น มันเริ่มจ้าขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนผมจะมาถึงจุดกำเนิดของมัน ผมก้าวต่อไปไม่ได้ เพราะความจ้าของแสงทำให้ผมต้องหลับตา เมื่อหลับตา ผมจึงไม่กล้าที่จะก้าวเท้าต่ออีก ด้วยความไม่รู้ ไม่รุ้ว่าต่อไปจะเจออะไร ..........
ผมสะดุ้งสุดตัว!! เมื่อเสียงนาฬิกาปลุก ร้องดัง ส่งสัญญาณของวันใหม่ ผมยกตัวขึ้นจากที่นอน เตรียมตัวไปเรียน อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย ทุกอย่างอยุ่ในสภาพพร้อมที่จะเผชิญ ตารางชีวิตของผมวันนี้คือ เรียน 9 โมง เลิกบ่ายสาม เข้า งาน 5 โมงเย็น......เลิกงาน 4 ทุ่ม ครึ่ง
ในระหว่างนั่งรถ ผม คิดทบทวนความฝัน สรุป เป็นใจความ ที่ดูหรูหรา ว่า
"ความไม่รู้" ,
"ที่พึ่งทางใจ"