"สวัสดีครับพี่อนงค์"

  "สวัสดีจ้ะ ทำไมมาเร็วจัง เข้างานบ่ายโมงไม่ใช่เหรอ"

  "ตื่นเต้นน่ะครับพี่ อยากทำงาน" 

  "ตั้งใจทำงานละ" 

  "ครับ  ผมจะตั้งใจล้างจาน...."  

 ผมเดินเข้าไปหลังร้าน ในเวลานั้นเป็นเวลา เที่ยงตรงพอดี ผมเปลี่ยนชุดพนักงานได้คล่องขึ้นหลังจากพยายามซ้อมใส่ทั้งคืน แต่ผ้าพันหัวก็ยังเป๋ๆอยุ่ต้องอาศัยกระจกในร้าน ส่องจัดความเรียบร้อย ในใจก็คิดว่า นี่ตูแต่งให้ใครดูวะ..

ผมไปประจำตำแหน่งก่อนเวลา บ่ายโมง เตรียมพร้อมกับผ้ากันเปื้อนผืนใหญ่ มีพนักงานหญิงคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบ มาทางผม พร้อมกับยื่นกระดาษแข็งๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้าให้มา มีตารางบอกวันเดือนปี แบ่งเป็นช่องๆนับดูแล้วก็ 1 เดือนพอดี...

ผมทำหน้างงๆ  พี่ผู้ชายตัวสูงๆที่เป็นพนักงานล้างจานอยุ่ด้วยกัน เดินมากระซิบบอกผมว่า "นี่ เขาเรียกว่าบัตรตอก... เอาไว้ เสียบใส่ช่องตอกบัตรทุกครั้งที่เข้างานหรือออกงาน" พูดพรางชี้ไปที่กล่องสีขาวที่ติดอยุ่ข้างๆผนัง เมื่อวานตอนที่ผมกำลังล้างจานผมก็ ยังสงสัยว่ามันคืออะไรอยู่เหมือนกัน แต่เนื่องด้วย วันแรกของการเริ่มงานจึงทำให้ผมลืมที่จะถามเพื่อลบข้อสงสัยนั้น.

             เมื่อผมกระจ่างดังนั้นแล้ว ผมเก็บบัตรตอก ใส่กระเป๋าหลัง เอาไว้ พี่โย่งคนเดิม ย้ำกับผมด้วยคำพูดทีเล่นทีจริงไว้ว่า  "ถ้าทำหายเค้าไม่จ่ายตังค์เอ็งนะว้อยยย" 

             ผมยิ้มเจื่อนๆ แล้วเอามือไปคลำกระเป๋าหลังอีกทีเพื่อความแน่ใจ....

หลังจากนั้นผมก็ได้ฤกษ์ ถามชื่อเพื่อนร่วมงานซะทีเริ่มจาก พี่โย่งคนนี้เลยละกัน 

         "พี่ชื่ออะไรครับ.." 

พี่โย่งยักคิ้วหนึ่งที (แล้วจะยักทำไมวะ) แล้วก็ตอบว่า "ชื่อ  พร ครับ"

ผมคุยกับพี่ พร สักพัก ก็ได้เวลาตอกบัตร พี่พร เป็นคนสอนผมตอกบัตร ด้วย ว่าเวลาเข้างานต้องกดปุ่มใหน เวลาพักกินข้าวปุ่มไหน เข้างานหลังพักกินข้าวปุ่มไหน ออกงานกลับบ้านปุ่มไหน.....

 "วันนี้เอ็งปิดร้านนิ" พี่พรถามผม

ผมก็ยังงงๆ  ทำหน้า งงใส่เพื่อให้พี่พรเฉลยข้อสงสัย...

 "พี่พรบอกว่า ถ้าเข้างานบ่ายโมงนับเวลาไป9ชั่วโมงจะได้เวลาปิดร้านพอดี"

 "อืม วันนี้ผมต้องปิดร้าน แล้วมันแปลกกว่า ปกติตรงไหนละครับ"  ผมสงสัยอีกครั้ง

 "คนที่อยู่ปิดร้านจะต้องล้างของเก็บของในครัวให้หมด เฉพาะพนักงานในครัวนะ ไม่เกียวกับพนักงานบริการหน้าร้าน ซึ่งอันนั้นเค้าก็มีเวรปิดหน้าร้านของเขาเหมือนกัน อย่างเราก็ถือว่าเป้นพนักงานในครัว ดังนั้นก็จะต้องไปช่วยเขาเก็บของล้างพื้น คือรับผิดชอบงานในครัวให้สะอาด เพื่อ พร้อมที่ให้กะต่อไปที่รับหน้าที่เปิดร้านได้รับช่วงเปิดร้านในวันพรุ่งนี้..."  พี่พรอธิบาย

ผมร้อง อ๋อ แล้วก็ขอบคุณพี่พรที่ให้ความกระจ่าง ผมเริ่มยิ้มมุมปาก  เห็น ทางในการเรียนรู้เมนูและราคาอาหารอยุ่รำไรๆ เผลอๆ อาจจะได้รุ้สูตรและวิธีทำด้วยนะ เพราะเดินเข้าไปในครัวก็ มีสูตรแปะพนังไว้เต็มไปหมด เคยเดินเข้าเอาจานไปเก็บ พี่ๆกุ๊กทั้งหลายทำงานกันอย่างขมักเขม้นมาก...

วันนี้ผมรู้จักพี่พร เป็นคนแรก ต่อจากนั้นก็รู้จักกับพี่พงศ์ เพื่อนร่วมตำแหน่งอีกรายที่ตอนผมเข้างานพี่เค้าพักเบรคไปกินข้าวมา 

หลังจาก ทำความรู้จักกันแล้ว ก็ ได้ตั้งหน้าตั้งตาล้างจานอย่างเอาจริงเอาจัง พี่พงศ์แหงะหน้ามาคุยกับผม ด้วยระยะการเดินทางของเสียงเกือบ3เมตร แกจึงใช้วิธีการตะโกน... "กรี วันนี้เอ็งปิดร้าน ใช่มั้ย งั้นดีเลย หลังร้านเลยนะน้อง"  พอพูดจบประโยค เสียงกระแอม ของพี่พรก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงพูดที่ดูเหมือนจะตักเตินพี่พงศ์เล็กน้อย "เฮ้ย อย่าเพิ่งให้มันไปร่วมวงกับพวกเอ็งเลย มันกำลังปรับตัว"

            พี่พงศ์ยิ้มแหยๆ แล้วก็หันไปทำงานต่อ   ทิ้งความมึนงงสงสัยไว้ที่ผมเหมือนเดิม แหมผมจะสงสัยแต่ก็จำใจต้องก้มหน้าล้างจานต่อไป จนได้เวลาปิดร้าน ผม เข้าไปเจอพี่ๆ กุ๊กตั้งหลายคน แต่ทุกคนต่างตั้งใจกันเก็บร้าน สงสัยคงรีบกลับบ้าน พอใกล้จะเสร็จงานทุกคนเริ่มทะยอยกันหายไป ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าพวกพี่ๆเขาไปไหนกันทั้งที่ ยังไม่ถึงเวลาตอกบัตรออกด้วยซ้พำแต่ผมก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไร ที่ผมสนใจคือ สูตรอาหารที่ติดอยู่ตามผนังในครัวมากกว่า ผมยืนอ่าน จนเกือบลืมเวลา พี่อนงค์ แคชเชียร์ผู้น่ารักของผม ก็เข้ามาเรียกผมในครับว่าได้เวลาตอกบัตรกลับบ้านแล้ว  เมื่อผมเดินไปตอกบัตร ก็ต้องแปลกใจ พี่ๆที่หายไป ตอนทำงานเสร็จ มายืนต่อแถวกันรอตอกบัตรกันเพียบ....วันนี้ผมออกจากร้านพร้อมกับการดับลงของไฟในร้าน  พรุ่งนี้ผมยังคงเข้างานบ่ายเหมือนเดิม  ..... 

 

                 ...................................................................................

 

 

 

 

           


Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help