ผมเดินตรงเข้ามาในร้าน ในใจนึกเพียงแต่ว่าวันนี้ จะได้เจอพี่พรแล้วถามให้แน่ว่าเมื่อวานไปไหนมา ...

แต่ไม่ได้โกรธที่ทำให้ทำงานอยุ่คนเดียวแต่กลับเป็นห่วงซะด้วยซ้ำ..

"อ้าว? พี่พงษ์ วันนี้พี่พรไม่มาทำงานอีกแล้วเหรอ"  ผม ถามพี่พงษ์ หลังจากเดินเข้าร้านมาทางด้านหลังแล้วเห็นพี่พงษ์ยืนล้างจานอยุ่ ซึ่งก็แปลว่านั้นพี่พงษ์เข้างานเช้าและผมเข้างานบ่ายเช่นเคย.....

 

"อ้อ พี่พรแกไปเชียงใหม่น่ะ แม่แกป่วย"   นี่ถือว่าเป็นคำตอบที่ผมรอคอยมาตั้งแต่เมื่อวานก็ว่าได้ ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วก็หันไปซักพี่พงษ์ต่อเรื่องอาการป่วยของแม่พี่พร  จากนั้นผมก็เตรียมตัวเข้างาน การล้างจานวันนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย วันนี้เป็นวันอังคารซึ่งก็ไม่ต่างกับเมื่อวานที่ลูกค้าน้อย เหมือนเดิมวันนี้ผมจะได้เรียนรู้เมนูอาหารให้มากขึ้นผมเดินออกไปหยิบเมนูอาหารที่โซนบริการหน้าร้าน ด้วยคิดว่าจะเป็นการไม่เหมาะสมผมจึงค่อยๆย่องออกไปแต่ในระหว่างทางจะมีสายพานยาวตลอดและไหลวนไปทั่วทั้งร้านผมเดินก้มหน้าก้มตาออกไป จุดหมายคือชั้นวางเมนูที่วางอยุ่บนชั้นที่อยุ่ห่างออกไปจากครัวเกือบถึงเคาเตอร์แคชเชียร์...ผมเหลือบตามองหาพี่อนงค์นิดหน่อย แต่ก็ไม่พบ ในขณะที่ผมเหลือบตากลับเพื่อจะมองทางข้างหน้าผมก็ต้องสะดุ้งเฮือกใหญ่เมื่อหัวผมไปโดนกับหัวของใครคนนึงซึ่งเมื่อผมแหงนขึ้นมาผมก็ได้รุ้ว่า เธอคนนั้นคนที่ไปเรียกผมให้มาพบพี่อ๊อตเมื่อวาน  เธอยืนท้าวเอวเตรียมที่จะอ้าปากด่าผมอยุ่ซึ่งผมรุ้ดี ผมยิ้มเจื่อนๆให้เธอ เธอเผยอปากทำท่าจะด่า ผมมองเธอโดยปราศจากความกลัว ซึ่งมันก็เป็นความรู้สึกที่แปลกดี แต่ความรุ้สึกตลกในท่าทางของเธอทำเอาผมแทบกั้นหัวเรอะเอาไว้ไม่อยู่ทุกทีที่ได้เจอกัน..

"ขอโทษครับ"

"เธอจะไปไหน ไม่ล้างจานเหรอ หรือจะให้ฉันเป็นคนจัดการเหมือนเมื่อวาน"

"อ๋อ พอดีผมจะไปเอาเมนุมาอ่านครับ เมื่อวานพี่อ๊อดบอกว่าถ้ามีเวลาให้ไปเอาเมนูอาหารของร้านมาทำความเข้าใจ"

"อืม งั้นเธอไปรอที่อ่างล้างจานก่อน  เดี๋ยวฉันจะเอาไปให้ " เธอบอกผมว่าทำไมไม่ให้ผมไปหยิบเมนูเอง เป็นเพราะว่า ทางร้านไม่ให้กุ๊กที่อยุ่ครัวร้อนหรืออ่างล้างจานออกมาเดินเพล่นพล่านนอกจากกุ๊กซูชิ.....

 

ผมกลับไปรอเธอที่อ่างล้างจาน ตอนนั้นคงเป็นเวลาพักของพี่พงษ์ ผมไม่เห็นพี่พงษ์อยุ่ที่อ่าง....

สักพัก หล่อนก็เดินเข้ามา พร้อมกับยื่นเมนูอาหารให้ผม

"แล้วอย่าทำขาดละ มืออะเช็ดให้แห้งด้วยก่อนจะจับ" เธอจ่ำจี้จ่ำไชผมยังกะผมเป็นเด็กอายุ สี่-ห้าขวบ

ผมรับคำ พร้อมทั้งเอามือเช็ดกางเกงแล้วก็รับเมนูอาหารจากมือเธอ  หล่อนสะบัดผมหันหลังแล้วเดินออกไป

ผมคิดในใจ ว่า ผมน่าจะถามชื่อเธอ แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความคิดแว่วๆมา มันคงยังไม่ค่อยสำคัญอะไร เพราะเรามันคนละหน้าที่กัน ผมเปิดดูเมนูอาหาร และทำความเข้าใจกับวัตถุดิบ โดยเดินไปดูสูตรอาหารในครัวเป็นการประกอบการเรียนรู้บางครั้งก็เข้าไปวุ่นวายในขณะที่พี่ๆเขากำลังทำอาหารอยุ่ .....

 

วันนี้เมื่อถึงเวลาปิดร้าน วงเหล้าหลังร้านก็ยังคงครื้นเครงกันเหมือนเดิมผมร่วมวงสนทนากับพี่ต๋อยและพี่ๆนิดหน่อยแล้วผมก็ขอตัวออกมาเพื่อเก็บของ และตอกบัตรออกงาน.....

ปัญหาที่วุ่นวายอยุ่ในใจได้กระจ่างลงอย่างง่ายดาย ผมสบายใจขึ้นเยอะคงเหลือไว้แต่ความตื่นเต้นที่พี่อ๊อดจะกลับมาอาทิตย์หน้าและนั้นหมายถึงว่าผมจะได้ลองทำงานบริการที่สุดจะท้าทาย....^^


beginsun wrote on Apr 26, '07
หลอนสะบักผมหันหลังแล้วเดินออกไป--- หล่อนสะบัดผม
วงเหล้าหลังร้านก็ยังคงคลื้นเคลงกันเหมือนเดิมผมร่วมวงสนธนา----ครื้นเครง / สนทนา
ปัญหาที่วุ่นวานอยุ่ในใจ --- วุ่นวาย
เอ๊ย จักกรีเป็นไรมากเปล่าเขียนผิดทุกวัน หะหะ
jakkree wrote on Apr 26, '07, edited on Apr 26, '07
^^

ขอบคุณมากๆครับ


แก้แล้วนะครับ
jakkree wrote on Apr 26, '07
เสริมนิดนึง

จาก ตอนนี้จะเห็นได้ว่า ในบรรดาตำแหน่งพนักงานครัวด้วยกันชนชั้นอภิสิทธิ์ที่ดูภูมิฐานและเท่ที่สุด คงหนีไม่พ้นพนักงานครัวซูชิ ซึ่ง มาตรฐานของกุ๊กซูชิแต่ละคนนอกจากหน้าตาจะดี (คงไม่ได้หมายถึงหล่ออย่างเดียวแน่) แต่ละคนยังผ่านประสบการณ์ไม่น้อยกว่า5ปี บางคนก็ไปร่ำเรียนฝึกฝนกลับมาจากญ๊ปุ่นขนานแท้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเอาประวัติของ พี่ๆที่อยู่ครัวซูชิร้านนี้ ในครั้งนั้นมาเล่าให้ฟัง ...... แต่ตอนนี้เนื้อเรื่องมันยังไม่ถึงไหนเลย - -" อยู่ในขั้นไต่เต้าอยู่.....
beginsun wrote on Apr 27, '07
ประวัติไม่พอ เอารูปด้วยๆๆ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help